หลากทฤษฎีการเรียนรู้จากนักคิด นักจิตวิทยาระดับโลก

หลากทฤษฎีการเรียนรู้จากนักคิด นักจิตวิทยาระดับโลก

ดร.จารุทัศน์ วงศ์ข้าหลวง
นักการศึกษาปฐมวัย

 

การจัดการศึกษาและกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยนั้น มีทฤษฏีการเรียนรู้ที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งนักจิตวิทยา  นักการศึกษาระดับโลกต่างอธิบายหลักการ แนวทางการพัฒนาของเด็กไว้หลากหลาย อาทิ

กู๊ดแมน บอกว่า การสอนภาษาเป็นเรื่องสําคัญสําหรับชีวิตเด็ก โดยที่เด็กต้องเรียนรู้ภาษาและต้องใช้ภาษาเพื่อการเรียนรู้ ครูจะต้องตระหนักในความสําคัญดังกล่าว เด็กจะต้องมีการทำกิจกรรมก่อนอ่าน ระหว่างอ่าน และหลังอ่าน หมายความว่า เมื่ออ่านนิทานจบแล้ว ครูไม่ควรนำไปเก็บชั้นในทันที แต่ควรจัดกิจกรรมต่อเนื่องจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยหรือการลงมือทำจริง ๆ

แบนดูร่า บอกว่า การเรียนรู้ที่สำคัญของเด็ก คือ การเรียนรู้ด้วยการเลียนแบบ เพราะเซลล์กระจกเงาในสมองของเด็กจะทำงานโดยอัตโนมัติ เด็กจะเลียนแบบบุคลิกภาพครู พ่อแม่ หรือสิ่งที่มีอยู่ในชีวิตประจำวันของเขา นิทานจึงเป็นตัวแบบหนึ่งที่ทำให้เด็กได้เห็นโลกที่กว้างออกไป เป็นสิ่งจูงใจให้เด็กได้ทำอะไรที่เหมาะสมมากขึ้น การที่เด็กเข้าไปแทนที่ตัวละครแล้วรู้สึกผูกพันตัวละครนี้ จะเป็นการดึงเด็กกลับมาหาหนังสือครั้งแล้วครั้งเล่า

บรูเนอร์ บอกว่า เด็กสามารถอ่านหนังสือหรือเรียนรู้การอ่านได้ แล้วก็จะทำได้ดีโดยที่เด็กจะต้องมีการสร้างคำอยู่ในสมองแล้วเชื่อมโยงประสบการณ์จริง เด็กจึงจะสามารถแทนที่สัญลักษณ์แล้วก็ทำให้การเรียนรู้การอ่านนั้นจะมีความหมายมากขึ้น


โครเครน บอกว่า เด็กจะต้องมีปฏิสัมพันธ์ มีความสัมพันธ์กับหนังสือ มีคนอ่านหนังสือให้ฟัง แล้วก็ต้องมีการเชื่อมโยงประสบการณ์จริงของเด็กกับในหนังสือนั้นด้วย การจัดกิจกรรมนั้นจึงจะเกิดประโยชน์


ไวก็อตสกี้
บอกว่า เราจะต้องจัดกิจกรรมที่เกินกว่าพัฒนาการที่เป็นจริง โดยมีการสนับสนุนช่วยเหลือจากครู หรือเพื่อนที่มีความสามารถมากกว่า เด็กถึงจะมีพัฒนาการที่จะก้าวหน้ามากขึ้น นั่นหมายความว่า ถ้าเรามีหนังสือหนึ่งเล่มแล้วยื่นให้เด็ก ส่งให้เด็กดูเองนั้นอาจเกิดประโยชน์เพียงส่วนหนึ่ง แต่หากเราจัดกิจกรรมต่อเนื่องจากหนังสืออย่างหลากหลาย เด็กก็จะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นหลายด้าน แต่คุณครูจะต้องจัดกิจกรรมโดยที่มีเพื่อน ๆ และคุณครูเป็นผู้ช่วยสนับสนุนให้เด็กได้มีพัฒนาการที่ก้าวหน้าขึ้นไป


สกินเนอร์
บอกว่า การเสริมแรงจะเป็นหลักสำคัญที่จะทำให้เด็กมีพัฒนาการนั้นคงทนและยั่งยืนยาวนานมากขึ้น ทำให้เด็กเกิดการทำซ้ำ เช่น เมื่อเขารู้สึกดี รู้สึกพอใจกับสิ่งที่เขาทำแล้วประสบความสำเร็จ มีคนชม มีการแสดงผลงานของเขา ก็จะทำให้เกิดการการทำแบบนั้นเพิ่มเติมอีกในอนาคต

 267
ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์