ประโยชน์ 5 ประการ จากนิทานแสนสนุก

ประโยชน์ 5 ประการ จากนิทานแสนสนุก

ดร.จารุทัศน์ วงศ์ข้าหลวง
นักการศึกษาปฐมวัย 

สื่อสำหรับเด็กมีอยู่มากมาย สื่อรอบตัวสามารถนำมาจัดการเรียนรู้ได้ทั้งหมด หนังสือนิทานเป็นสื่อสำหรับเด็กปฐมวัยชนิดหนึ่ง ที่มหัศจรรย์ สามารถพัฒนาเด็กได้ทุกด้าน ทำให้เด็กมีศักยภาพที่แตกต่างและโดดเด่น ไม่ว่าเด็กจะไปยืนอยู่ตรงไหน เราพบว่า เด็กจะมีคุณลักษณะบางประการที่เชื่อได้ว่า...พัฒนามาจากนิทาน


ประการแรก คือ “ทักษะการอ่านเริ่มแรก” ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดก่อนที่เด็กจะอ่านออกคือ เด็กสามารถทำเสมือนอ่านได้ การประสบความสำเร็จในขั้นต้นนี้เป็นฐานสำคัญของความภาคภูมิใจ เมื่อเด็กมีความมั่นใจ รู้สึกว่าตนเองทำได้ อ่านได้ จึงอยากทำอีก อ่านอีก ทักษะการอ่านจึงจะอยู่ในชีวิต

ประการที่สอง “นิทานช่วยให้เด็กอ่านเป็น” คำว่า “อ่านได้” กับ “อ่านเป็น” นั้นต่างกัน อ่านได้คืออ่านออก อ่านเป็นคืออ่านแล้วตีความ วิเคราะห์ สามารถนำเรื่องราวนั้นไปใช้ได้ โดยทุกครั้งที่อ่านหนังสือจบ...คุณครูลองชวนเด็กคุยเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง เช่น ในเรื่องมีใครบ้าง (ตัวละคร) อยู่ที่ไหน (ฉาก) เรื่องราวเป็นอย่างไร (โครงเรื่อง) และกำลังจะบอกอะไรกับเรา (แก่นเรื่อง) ซึ่งสิ่งนี้เป็นพื้นฐานของการอ่านงานวรรณกรรม



ประการที่ส
าม “นิทานช่วยพัฒนาสมอง” เมื่อคุณครูอ่านนิทานให้ฟัง สมองทุกส่วนของเด็กจะพัฒนาอย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องการฟัง การมองเห็น ความจำ หรือแม้แต่การคิด ยิ่งถ้าจัดกิจกรรมต่อเนื่องก็จะเชื่อมโยงสิ่งที่มีอยู่นิทานกับสิ่งที่มีอยู่จริงในชีวิต ประสบการณ์ของเด็กก็จะกว้างขวาง เครือข่ายในสมองก็จะขยายมากขึ้นไปด้วย สำคัญที่สุดคือ นิทานเป็นสื่อที่ทำให้สมองของเด็กรับรู้ภาพและเสียงได้พร้อมกัน ซึ่งเป็นการเรียนรู้ของสมองที่ดีที่สุด นอกจากนี้ นิทานยังทำให้เด็กได้สร้างแผนภาพ สร้างความคิด และวิธีการลงมือทำที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน นิทานช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ได้ดี สมองทำงานได้ดี เมื่ออยู่ในสถานการณ์จริงที่คล้ายกับในนิทาน
 

ประการที่สี่ “นิทานพัฒนาทักษะสมองอีเอฟ” ในทางตรง ขณะที่เด็กกำลังฟังนิทานหรือทำกิจกรรมต่อเนื่อง เด็กได้ฝึกฝนทักษะสมองอีเอฟอย่างเป็นกระบวนและเป็นองค์รวม ส่วนในทางอ้อมนั้น ตัวละครและเรื่องราวที่อยู่ในนิทานนั้นสามารถแสดงแบบอย่างที่ทำให้เด็กได้เรียนรู้ ซึมซับ รับไว้จนกระทั่งกลายเป็นบุคลิกภาพ กลายเป็นการเรียนรู้ เป็นทักษะที่เด็กได้ฝึกต่อ ๆ มา
 

ประการที่ห้า “นิทานพัฒนาเด็กปฐมวัยได้ทุกด้าน”

  • ภาษา เป็นเรื่องสำคัญและเห็นชัดที่สุด เพราะในนิทานมีคำ มีประโยค มีวลี ที่เราไม่ได้ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน และทำให้เด็กเรียนรู้คำใหม่ ๆ รู้จักใช้คำใหม่ ๆ และรู้การใช้ประโยคนั้น ๆ มีคำหลายคำทั้งที่เราไม่ได้ใช้พูดอยู่ในชีวิตประจำวัน แต่เด็กก็สามารถเรียนรู้คำเหล่านี้ขึ้นมาได้ เช่น เด็กพูดว่า “โอ้โห ลูกบอลลูกนี้ใหญ่มหึมาเลยนะ” คำว่า “มหึมา” เป็นคำที่เราไม่ได้พูดบ่อย ๆ แต่เป็นคำที่อยู่ในหนังสือ เด็กเรียนรู้คำเหล่านี้ คลังคำศัพท์ของเด็กจะกว้างมากขึ้น

  • การคิดและปัญญา ในขณะที่อ่านนิทานให้เด็กฟัง เด็กจะได้พัฒนาในเรื่องความจำ ความตั้งใจจดจ่อ หากเด็กไม่สามารถตั้งใจจดจ่อได้กับสิ่งที่กำลังทำได้ การเรียนรู้ในระยะต่อ ๆ ไปนั้นจะยากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเด็กที่ติดสื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว นิทานจะช่วยดึงเขากลับมาให้ช้าลงได้ เมื่อครูเปิดนิทานแต่ละหน้า เด็ก ๆ จะมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการเปิดของเรา เมื่อเด็กฟัง มีสมาธิ เด็กได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในนิทานนั้น

  • การคิดอย่างมีวิจารณญาณ ตรรกวิทยา เป็นทักษะหนึ่งที่ครูจะต้องเตรียมเด็กในศตวรรษ 21 ซึ่งตัวละครหรือเรื่องราวในนิทานจะช่วยฝึกและทำให้เด็กได้คิดเชิงเหตุผล ได้รู้จักการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ มองภาพรวมอย่างเป็นระบบ สามารถจับประเด็นของเรื่องได้ เพราะเมื่ออ่านนิทานจบแล้ว เด็กควรจะต้องบอกได้ว่า ในเรื่องมีตัวละครใด เขาทำอะไร เรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบเกิดอะไรขึ้น เด็กเรียนรู้อะไรกับเรื่องนี้ ดังนั้น การใช้นิทานเพื่อช่วยฝึกให้เด็กมีทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและตรรกวิทยาก็จะสามารถทำได้ง่ายโดยใช้หนังสือนิทานหนึ่งเล่ม

  • อารมณ์ สังคม และจริยธรรม เด็กปฐมวัยหลายคนจะมีบางด้านที่จำเป็นจะต้องปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม แม้นั่นคือพฤติกรรมตามวัย เช่น ขี้หวง ไม่แบ่ง ขี้กลัว หรือบางคนพูดไม่จริงโดยที่เด็กไม่ได้ตั้งใจโกหก เพียงแต่เล่าไปตามจินตนาการเท่านั้น นิทานที่จะมาช่วยปรับพฤติกรรมเหล่านี้มีอยู่หลากหลาย เพียงแต่คุณครูต้องหมันสังเกตว่า ขณะนี้เด็กของเราต้องการการปรับพฤติกรรมเรื่องใด แล้วก็หานิทานเรื่องนั้นมาชวนอ่าน ชวนคุย

  • วินัย เราอาจคิดว่าการมีวินัยต้องฝึกจากชีวิตประจำวันอย่างเดียวเท่านั้น แต่ตัวละครในนิทานหรือแบบอย่างในนิทานก็ทำให้เด็กได้เข้าใจว่าวินัยคืออะไร เช่น การใส่รองเท้า บางครั้งเด็ก ๆ ก็ไม่อยากทำและรอให้ผู้ใหญ่ใส่ให้ แต่ถ้ามีนิทานเรื่องหนึ่งที่เราพบว่าช่วยเด็กได้ เช่น รองเท้าคู่นี้ใส่อย่างไรดี ครูก็ชวนเด็กใส่รองเท้า เด็กจะเข้าใจเรื่องราวและรู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร

  • สุขภาวะทางกาย แม้จะนั่งฟังนิทานแต่ก็สามารถช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะพัฒนาร่างกายได้ เพราะนิทานมีตัวอย่างให้เรียนรู้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสุขนิสัย การกินอยู่หลับนอน การเคลื่อนไหว การระมัดระวังความปลอดภัยต่าง ๆ เรื่องเหล่านั้นจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กอยากทำตาม ซึ่งนิทานมักจะมีตัวอย่างที่ดีอยู่แล้ว ครูจึงไม่จำเป็นต้องสอนอะไรที่จริงจังกับเด็กมากนัก ใช้นิทานนั้นสอนเด็กอ้อม ๆ ได้ และเด็กก็ไม่รู้สึกว่ากำลังถูกสอนอยู่

  • ความคิดสร้างสรรค์และสุนทรียภาพ ภาพประกอบสวยงามหลากหลายรูปแบบในนิทานที่เด็ก ๆ เห็นนั้น จะค่อย ๆ ซึมซับสุนทรียภาพเหล่านั้นเอาไว้ นิทานหลายเรื่องสามารถอ่านเป็นทำนอง มีสัมผัสคล้องจอง สามารถร้องได้อย่างสนุกสนาน


หากครูอ่านนิทานจบแล้วเก็บเข้าชั้น โดยไม่ชวนเด็กทำกิจกรรมต่อเนื่อง ไม่มีการพูดคุย ก็จะทำให้เด็ก “อ่านเป็น” ได้ยาก แม้เด็กจะ “อ่านได้” ก็ตาม ดังนั้น นิทานหนึ่งเรื่องสามารถนำมาใช้ส่งเสริมการเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์ได้มากมายเมื่อครูชวนอ่าน ชวนเล่นกับเด็ก ๆ นะคะ



 401
ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์