แนวทางติดตามและประเมินพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย

แนวทางติดตามและประเมินพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย


โดย รศ.ดร.อรพรรณ  บุตรกตัญญู
ที่ปรึกษาโครงการฯ

 

การประเมินเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ครูได้เห็นโอกาสทั้งในการพัฒนาตนเอง และการพัฒนาเด็กปฐมวัยในชั้นเรียน ซึ่งจะสามารถช่วยให้คุณครูนำไปจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

เครื่องมือประเมินเรื่องของการคิดและภาษาของเด็กปฐมวัย แบ่งออกเป็น 2 เครื่องมือ

  1. การประเมินครู - เป็นการประเมินสมรรถนะของครูในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิดและภาษาให้เด็กปฐมวัย เพื่อต้องการพัฒนาให้ครูจัดประสบการณ์การเรียนรู้กับเด็กให้ดีขึ้น
  2. การประเมินภาษาและการคิดของเด็กปฐมวัย - เป็นการสังเกตและประเมินว่า เด็กมีภาษาและการคิดจากกิจกรรมที่เราทำ เปลี่ยนแปลงดีขึ้นมากน้อยเพียงไหน ซึ่งมีทั้งแบบรายบุคคลและแบบทั้งชั้นเรียน

 

คุณครูต้องศึกษารายละเอียดของเครื่องมือว่าบ่งบอกอะไรบ้าง และศึกษาคำถามที่อยู่ในเครื่องมือหรือรายการการประเมินที่จะเก็บข้อมูล เพราะในการใช้เครื่องมือมีทั้งก่อนการจัดประสบการณ์ ระหว่างการจัดประสบการณ์ และหลังการจัดประสบการณ์ ซึ่งในการประเมินเด็กปฐมวัย เราไม่ได้ประเมินกิจกรรมที่มีการแยกส่วนจากกิจกรรมประจำวัน เพราะฉะนั้นในส่วนของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของครูและกิจกรรมต่าง ๆ เราจะสังเกตและรวบรวมข้อมูลไปพร้อมกัน ซึ่งเครื่องมือการประเมินต้องสัมพันธ์กับกิจกรรมและสื่อการเรียนรู้

 

นอกจากนี้ยังมีส่วนที่สำคัญคือ การเก็บหลักฐาน เช่น การบันทึกคำพูดของเด็ก การวาดภาพ และการถ่าย VDO การบันทึกหลังสอนของครู คุณครูคอยสังเกตว่าเด็กมีพฤติกรรมหรือการแสดงออกระหว่างการเรียนอย่างไร ก็บันทึกเก็บไว้เป็นข้อมูลที่จะใช้ในการประเมิน และการสังเกตและบันทึกตามรายการการประเมิน ตรงนี้ก็จะต้องดูรายละเอียดในแต่ละข้อ รายการต่าง ๆ ต้องการข้อมูลประเภทไหน เป็นรายบุคคลรายกลุ่มหรือต้องการหลักฐานแบบใดก็สามารถบันทึกและนำไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูลได้

 

วิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย

 

วิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านภาษาและการคิด แบ่งออกเป็น การสังเกตและบันทึก การสัมภาษณ์พูดคุย และเรื่องการประเมินจากชิ้นงาน ในส่วนนี้ผู้ประเมินหรือคุณครูควรศึกษารายการในแบบประเมินว่าเป็นลักษณะการบันทึกแบบไหน เช่น การสังเกตและบันทึกพฤติกรรมการแสดงออกของเด็ก เป็นการตรวจนับในชั้นเรียน มีการแสดงออกพฤติกรรมตามรายงานที่กำหนดจำนวนกี่คน และการแสดงออกของเด็กเป็นอย่างไร เขียนเป็นบันทึกรายละเอียดในหมายเหตุ

 

การสัมภาษณ์หรือพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ ต้องใช้คำถามพูดคุยกับเด็กเพื่อให้เด็กตอบคำถามหรือแสดงความคิดความรู้ของเด็กออกมา หลังจากการได้เรียนรู้จากนิทานหรือกิจกรรมที่คุณครูได้จัดขึ้นเชื่อมต่อกับนิทาน และการประเมินจากชิ้นงาน เช่น การวาดภาพ การเขียนด้วยคำสั่งหรือภาษาง่าย ๆ หรือการบันทึกคำพูดของครูจากผลงานหรือการสร้างชิ้นงาน ซึ่งสามารถนำมาประเมินว่าเด็กมีการแสดงออกถึงความคิด หรือแสดงออกทางภาษาที่เชื่อมโยงกับชิ้นงานที่เรากำหนดอย่างไร โดยนำมาประเมินตามเกณฑ์ที่ระบุไว้ได้

 

ในส่วนของคะแนนระดับ 2 จะเป็นการประเมินที่ความสามารถของเด็กมีความสมบูรณ์ สามารถแสดงออกได้ตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดครบถ้วน และมีการทำชิ้นงานที่ตรงตามเกณฑ์ตามที่ระบุไว้ จะได้คะแนนระดับ 2 ซึ่งคะแนนในส่วนของการวิเคราะห์เชิงปริมาณจะมีเรื่องของการนับความถี่ และการหาค่าเฉลี่ยคือการนำคะแนนทั้งหมดมารวมกัน เช่น เรามีการเก็บคะแนนทั้งหมดเป็น 8 สัปดาห์ นำคะแนนทั้ง 8 สัปดาห์มาเฉลี่ยว่าเด็กมีการแสดงออกอย่างไรในพัฒนาการและการเรียนรู้รายบุคคล ส่วนคะแนนรายกลุ่มนำคะแนนเชิงปริมาณมาพล็อตเป็นกราฟว่า เด็กมีการแสดงออกที่ก้าวหน้ามากขึ้นอย่างไร มีคะแนนเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร หรือคุณครูประเมินตนเองโดยการเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังการจัดประสบการณ์ด้วยนิทาน คุณครูมีการเปลี่ยนแปลงถึงความสามารถของครูเพิ่มขึ้นมากน้อยอย่างไร

 



การวิเคราะห์ผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย


การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ จะเป็นการนำเสนอรายละเอียดประเด็นเกี่ยวกับคุณลักษณะของสิ่งต่าง ๆ เช่น คำพูดที่เด็กใช้ เด็กมีการใช้คำพูดอะไรบ้างจากนิทานที่ได้ฟัง ส่วนใหญ่เด็กใช้คำว่าอะไรก็บันทึกไว้ คำใหม่ ๆ ที่เด็กใช้หรือประโยคที่เด็กใช้สนทนา การตอบคำถามของเด็ก เราสามารถเขียนบันทึกพฤติกรรมเหล่านี้ที่แสดงออกมาให้เห็นในเรื่องของภาษาและการคิดของเด็กว่าเป็นอย่างไร

 

นอกจากนี้ในเรื่องของหลักฐาน เช่น การภาพวาดของเด็กหรือชิ้นงาน คุณครูก็สามารถถ่ายภาพแล้ววิเคราะห์รายละเอียดเชื่อมโยงกับเรื่องของภาษาและการคิด และการเทียบเกณฑ์การประเมิน (Rubric) สามารถเอาข้อมูลเชิงคุณภาพเทียบกับเกณฑ์ที่เรากำหนดไว้ได้

 

สำหรับบันทึกหลังการสอน เมื่อคุณครูได้จัดประสบการณ์ไปแล้ว เกิดอะไรขึ้นบ้างในชั้นเรียน มีการบันทึกไว้หลังจากที่สอนทุกครั้ง คุณครูสามารถนำมาอ่านและวิเคราะห์ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ตรงไหนที่เราทำได้ดีขึ้น ตรงไหนที่เด็กทำได้ดีขึ้น มีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้น ซึ่งข้อมูลจะช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้

 

การประเมินเป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อยู่แล้ว และที่สำคัญก็คือ คุณครูจะได้ข้อมูลในการพัฒนาเด็ก และข้อมูลที่จะพัฒนาคุณครูเองได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ที่สำคัญมาก ๆ ที่คุณครูจะนำไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียน ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งตัวคุณครูและเด็ก

 611
ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์